จดหมายจากกรงขัง!!!

จดหมายจากกรงขัง!!!"ไซซะนะ"ฝากข้อความถึง"เมียฝั่งลาว"หลังถูกขังเข้มแดนมั่นคงสูง (รายละเอียด)

จดหมายจากกรงขัง!!!"ไซซะนะ"ฝากข้อความถึง"เมียฝั่งลาว"หลังถูกขังเข้มแดนมั่นคงสูง(รายละเอียด)
วันที่ 15 ก.พ.60 นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึง การควบคุมนายไซซะนะ แก้วพิมพา ผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ชาวลาว และนายณัฐพล นาคคำ หรือบอย ผู้ต้องหาเครือข่ายนายไซซะนะว่า นายไซซะนะถูกควบคุมตัวที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง กรุงเทพมหานคร โดยอยู่ในแดนความมั่นคงสูงสุด หรือแดน 10 โดยเจ้าหน้าที่เรือนจำแยกให้นายไซซะนะนอนเพียงลำพัง ส่วนนายณัฐพล อยู่แดนความมั่นคงสูง หรือแดน 9 เครือข่ายยาเสพติดของนายไซซะนะจะไม่ได้พบหรือพูดคุยกัน ได้รับรายงานว่า ช่วงกลางวันนายไซซะนะ ลงมาจากเรือนนอนเพื่อใช้ชีวิตประจำวันตามปกติที่ทางเรือนจำกำหนดไว้
ทั้งนี้มีรายงานข่าวจากกรมราชทัณฑ์แจ้งว่า ระหว่างที่นายไซซะนะถูกควบคุมตัว มีพี่สาวนายไซซะนะเดินทางมาขอเยี่ยม และมีทนายความมาพบ ทั้งนี้ นายไซซะนะยังเขียนจดหมายไปถึงภรรยา โดยส่งไปที่ จ.หนองคาย เพื่อขอความช่วยเหลือจากบุคคล 2 คน ในประเทศลาว โดยระบุเป็นชื่อเล่น พร้อมฝากดูแลลูกให้ดีด้วย ส่วนนายณัฐพลนั้น มีแฟนสาวเดินทางมาเยี่ยม ทั้งนี้ จากการตรวจสุขภาพพบว่าทั้งหมดมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัว และไม่ได้เรียกร้องอะไรจากทางเรือนจำเป็นพิเศษ  
ด้าน นายวรกร พงศ์ธนากุล ทนายความ ของนายไซซะนะ แก้วพิมพา ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ชาวลาว ผู้ต้องหาในคดี เปิดเผยว่า จากการเข้าไปพูดคุยกับนายไซซะนะ ภายในเรือนจำ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นายไซซะนะ ยืนยันว่า ไม่รู้จักกับ นายณัฐพล นาคคำ หรือ บอย รวมถึงคดียาเสพติดในหลายพื้นที่ ที่ถูกนำเสนอว่ามีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน ยืนยันตั้งแต่วันฝากขัง ตำรวจยังไม่เข้าสอบปากคำเพิ่มเติม 
ขณะเดียวกัน ได้สอบถามเรื่องการเป็นอยู่ภายในเรือนจำทราบว่า ทางเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบปกติ ไม่ได้มีอาการเจ็บป่วย แต่ยอมรับว่า ค่อนข้างกังวลเรื่องคดีความที่เกิดขึ้น และเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ภรรยาได้เดินทางมาเยี่ยมนายไซซะนะที่เรือนจำด้วย 
ส่วนเรื่องคดีความ นายวรกร ทนายความกล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบรายละเอียด เนื่องจากตามขั้นตอนจะต้องรอให้ตำรวจสรุปสำนวนคดีส่งพนักงานอัยการ และรอศาลนัดพร้อมคู่ความทั้งสองก่อน โดยยืนยันว่า มีพยานหลักฐานสำคัญ พร้อมต่อสู้คดี
-ขอบคุณข้อมูลจาก tnews-